ลองมาเขียนบล็อคครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าโพสต์แรกนี่มันต้องเริ่มต้นยังไงดี เขียนอะไรดีหว่า
ต้องกล่าวทักทายและต้องแนะนำตัวกันก่อนป่ะ?
งั้นก็ต้องทักทายกันก่อนแหละเน๊อะ. . . .
"Hi guys! (นี่ไม่ได้สวัสดีเฉพาะผู้ชายนะ แต่หมายถึง เฮ้ สวัสดีทุกคนทั้งชาย หญิง!)"
แล้วก็ต้องแนะนำตัว . . . .
เราเป็นคนนึงที่หลงใหลได้ปลื้มกับภาษาอังกฤษมาก มันน่าจะเริ่มมาจากการติ่งฝรั่ง ฮ่าๆๆๆๆ และอยากพูดได้แบบนั้น สำเนียงคูลๆแบบอเมริกัน อยากดูหนังแบบไม่ต้องดูซับฯ ....บลา บลา า า า า า
แต่จุดเริ่มต้นจริงๆของการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง น่าจะเริ่มมาจาก . . . . . . ขอย้อนเวลาหาอดีตแป๊บ
ได้ทุนแลกเปลี่ยนไปต่างประเทศ....United States of America (คิดในใจ OMG เราจะได้เข้าใกล้ติ่งของเราไปอีกนิดแล้ว หาได้สนใจเรื่องการเรียนไม่ 555) ก่อนเดินทาง ก็มั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองพอตัว นี่เกรด 4 มาตลอดทุกเทอมนะเนี่ย ถามแกรมม่าเรื่องอะไร ตอบได้หมด!
"และแล้ววันแห่งความหมดสิ้นซึ่งความมั่นใจในตัวเองก็มาถึง"
ตั้งแต่ขึ้นเครื่องเลยจ้าาาาา ไปต่อเครื่องที่สนามบินนาริตะ ขึ้นเครื่องของสายการบิน United Airlines ซึ่ง Flight Attendants ก็ล้วนแต่เป็นเมกัน พูดเร็วยังกะอะไร คือกูฟังมึงไม่ออก (แม่! หนูอยากกลับบ้าน) ทุกครั้งที่พี่แกเดินมาเสิร์ฟอาหาร นี่เกร็งมาก คือแบบกูต้องเตรียมตัวสั่งเมนูอาหาร ขอเป็นอะไรก็ได้ที่ง่ายที่สุด มันจะได้ไม่ต้องถามเยอะ T_T" แล้วก่อนจะสั่งก็ต้องแอบฝึกอ่านเมนูในใจ คือสุดท้ายพวกนางฟังไม่รู้เรื่อง ก็จะจิ้มเอาละกัน (จริงๆพวกนางก็ดูออกแหละว่าเรามันกะเหรี่ยงหัวดำ เดินทางไปเมกาครั้งแรกแน่ๆ คงพอฟังออก พอพูดได้ แต่ต้องพูดแบบ slow motion กะมันนะเว้ย ไม่งั้นมันจะ panic กระโดดหนีลงจากเครื่องไปซะก่อน )
หลังจากการเดินทางข้ามทวีปที่ใช้เวลาเกือบ 24 ชม. (เนื่องจากเป็นตั๋วถูก ต้องต่อหลายสายการบิน แล้ว layover หลายชั่วโมงมากค่ะ) ความมั่นใจ 5% สุดท้ายก็มลายหายไปในพริบตา 0% ก็ไม่เหลือ ตอนนี้ติดลบเลย....เมื่อต้องต่อแท็กซี่ (ต้องไปแท็กซี่เพราะไฟล์ตถึงดึกมาก) เพื่อจะไปที่โรงแรม นี่ฝึกพูดชื่อถนนอยู่ตั้งนานสองนาน แบบมั่นใจมากว่าสำเนียงเป๊ะ แล้วชื่อถนนก็ย๊าว ยาวนะ "MLK Jr. Boulevard" มันยากตรงนี้ ตัว "V", "Boulevard" พยายามยังไง คนขับก็ไม่เก็จเราสักที สุดท้ายพิมพ์ใน google จบ!
คือความรู้ภาษาอังกฤษที่เรียนมาเป็นสิบๆปี มันไม่ได้ช่วยเลยเหรอเนี่ย สุดท้ายก็ยังต้องใช้ภาษามือ ภาษาเขียน และ google translate อยู่ดี กูอยากร้องไห้มากกกกกกกกกกกกกกกกก สูญเปล่าจริงๆ เกรด 4 ไม่ช่วยอะไร
จากวันนั้นแหละ ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการต้องกลับมาฝึกภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง ไม่งั้น เอาชีวิตตัวเองไม่รอดแน่ๆ (จริงๆมีหลายเหตุการณ์มากที่บั่นทอนความมั่นใจในเรื่องภาษาอังกฤษ เดี๋ยวจะมาแบ่งปันในคราวต่อๆไป)
จบแค่นี้ก่อนแล้วกันสำหรับโพสต์แรก (จริงๆความตั้งใจตอนแรกสำหรับการเขียน Blog ก็เพื่อต่อยอดการแชร์ความรู้เรื่องภาษาอังกฤษจาก account twitter @SayCoolEnglish อีกที แต่ก็ไม่ได้อยากให้มันซีเรียสอ่ะเนอะ คือนึกเรื่องอะไรออก ก็คงมาเขียน แล้ว Blog ก็คงไม่ได้มี pattern ตายตัวว่าต้องเกี่ยวกับความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเดียว)
จบจริงๆแล้ว เจอกันโพสต์หน้าเร็วๆนี้ ^_^
@SayCoolEnglish